1 2 3 4

ทนายคดียักยอก | ได้รับหมายเรียกตำรวจ ถูกแจ้งความ ถูกฟ้อง

ทนายคดียักยอก | ได้รับหมายเรียกตำรวจ ถูกแจ้งความ ถูกฟ้อง
ทนายคดียักยอก | ได้รับหมายเรียกตำรวจ ถูกแจ้งความ ถูกฟ้อง

ทนายคดียักยอก | ได้รับหมายเรียกตำรวจ ถูกแจ้งความ ถูกฟ้อง

หากคุณ ได้รับหมายเรียกตำรวจคดียักยอก ถูกแจ้งความคดียักยอก หรือถูกฟ้องคดียักยอก ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงและเอกสารให้ชัดเจนก่อนให้การ เพราะคดียักยอกมีประเด็นสำคัญเรื่องการครอบครองทรัพย์ การได้รับมอบทรัพย์ และเจตนาเบียดบังทรัพย์เป็นของตนหรือบุคคลอื่นโดยทุจริต

บางกรณีข้อพิพาทที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพียงเรื่องหนี้ การผิดสัญญา หรือข้อพิพาททางแพ่ง แต่มีการนำไปแจ้งความเป็นคดีอาญา จึงควรพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี

ปรึกษาทนายคดียักยอก โทร 083-884-3287
กรณีมีหมายเรียกตำรวจ สามารถแจ้งรายละเอียดข้อกล่าวหา วันที่นัด และเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินแนวทางเบื้องต้นได้

ได้รับหมายเรียกตำรวจคดียักยอก ต้องทำอย่างไร?

เมื่อได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวนในคดียักยอก ควรตรวจสอบข้อมูลในหมายให้ครบถ้วน เช่น

  • สถานีตำรวจหรือหน่วยงานที่ออกหมาย

  • ชื่อพนักงานสอบสวน

  • ข้อกล่าวหาที่ระบุ

  • วันและเวลาที่นัดหมาย

  • เลขคดีหรือข้อมูลอ้างอิง

  • สถานะที่ถูกเรียก เช่น ผู้ต้องหา หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง

ไม่ควรละเลยหมายเรียกโดยไม่ตรวจสอบ เพราะอาจมีขั้นตอนทางกฎหมายตามมาได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ควรเตรียมข้อเท็จจริงและเอกสารก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน

ก่อนเข้าพบตำรวจควรเตรียมอะไรบ้าง?

เอกสารที่ควรตรวจสอบขึ้นอยู่กับลักษณะคดี เช่น

  • สัญญา

  • ใบรับเงิน

  • หลักฐานการโอนเงิน

  • หลักฐานการส่งมอบทรัพย์

  • ข้อความ LINE หรือการสนทนา

  • อีเมล

  • หนังสือทวงถาม

  • หลักฐานการคืนทรัพย์

  • หลักฐานการชำระเงิน

  • รายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือพยาน

เอกสารเหล่านี้อาจมีความสำคัญต่อการพิจารณาว่าเหตุการณ์เป็น คดียักยอกจริง หรือเป็นข้อพิพาททางแพ่ง

ได้รับหมายเรียกตำรวจคดียักยอก และยังไม่แน่ใจว่าจะให้การอย่างไร โทรปรึกษา 083-884-3287

คดียักยอกกับผิดสัญญาต่างกันอย่างไร?

ไม่ใช่ทุกกรณีที่มีการไม่คืนเงินหรือไม่คืนทรัพย์จะเป็นคดียักยอกเสมอไป

ประเด็นสำคัญของคดียักยอกโดยทั่วไปคือ ผู้ถูกกล่าวหามีทรัพย์ของผู้อื่นอยู่ในความครอบครองแล้วมีการเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลอื่นโดยทุจริต

แต่หากข้อเท็จจริงเป็นเรื่องการซื้อขาย การกู้ยืม การลงทุน การรับจ้าง หรือการผิดข้อตกลง อาจต้องพิจารณาว่าเป็นเพียงข้อพิพาททางแพ่งหรือมีองค์ประกอบความผิดทางอาญาครบถ้วนหรือไม่

ดังนั้น การพิจารณาจากคำกล่าวหาของอีกฝ่ายเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ต้องดูสัญญา การส่งมอบทรัพย์ พฤติการณ์ก่อนและหลังเกิดเหตุ รวมถึงเจตนาของคู่กรณีประกอบกัน

ถูกแจ้งความคดียักยอก ควรให้การอย่างไร?

การให้การต่อพนักงานสอบสวนควรอยู่บนข้อเท็จจริงและหลักฐานของคดี ไม่ควรคาดเดาเหตุการณ์หรือให้ข้อมูลที่ไม่แน่ใจ

ก่อนให้การควรเรียบเรียงลำดับเหตุการณ์ เช่น

  1. ได้รับทรัพย์หรือเงินมาอย่างไร

  2. ได้รับมาในฐานะอะไร

  3. มีข้อตกลงกับอีกฝ่ายอย่างไร

  4. มีการนำทรัพย์ไปใช้หรือจัดการอย่างไร

  5. มีการคืนทรัพย์หรือชำระเงินหรือไม่

  6. เหตุใดจึงเกิดข้อพิพาท

  7. มีเอกสารหรือพยานใดสนับสนุนข้อเท็จจริง

การเตรียมข้อมูลอย่างเป็นระบบจะช่วยลดความสับสนเมื่อต้องชี้แจงต่อพนักงานสอบสวน

ถูกฟ้องคดียักยอก ต้องทำอย่างไร?

หากคดีเข้าสู่ศาลแล้ว ควรตรวจสอบคำฟ้อง หมายศาล วันนัด และพยานหลักฐานของโจทก์โดยเร็ว

ประเด็นที่มักต้องพิจารณา ได้แก่

  • ผู้ถูกฟ้องได้รับทรัพย์มาในลักษณะใด

  • ใครเป็นเจ้าของทรัพย์

  • มีหน้าที่ต้องคืนทรัพย์หรือจัดการทรัพย์อย่างไร

  • มีการเบียดบังทรัพย์จริงหรือไม่

  • มีเจตนาทุจริตหรือไม่

  • เป็นข้อพิพาททางแพ่งมากกว่าคดีอาญาหรือไม่

  • มีเอกสารหรือพยานที่สามารถหักล้างข้อกล่าวหาได้หรือไม่

ไม่ควรรอจนใกล้วันนัดศาลจึงเริ่มรวบรวมเอกสาร เพราะหลักฐานบางประเภทอาจต้องใช้เวลาในการค้นหาและจัดเตรียม

คดีประเภทใดที่มักมีข้อพิพาทเรื่องยักยอก?

ตัวอย่างสถานการณ์ที่อาจเกิดข้อกล่าวหาคดียักยอก เช่น

  • รับเงินบริษัทไว้แล้วถูกกล่าวหาว่าไม่นำส่ง

  • รับสินค้าไว้แล้วไม่คืน

  • รับรถหรือทรัพย์สินของผู้อื่นไปใช้

  • รับเงินจากลูกค้าหรือคู่ค้า

  • รับทรัพย์ในฐานะตัวแทน

  • รับเงินเพื่อดำเนินการบางอย่างแต่เกิดข้อพิพาทภายหลัง

  • หุ้นส่วนหรือกรรมการบริษัทมีข้อพิพาทเกี่ยวกับทรัพย์สิน

  • พนักงานถูกกล่าวหาว่านำทรัพย์สินนายจ้างไป

  • ผู้เช่าหรือผู้ครอบครองทรัพย์ถูกกล่าวหาว่าไม่คืนทรัพย์

แต่ละกรณีมีข้อเท็จจริงต่างกัน จึงไม่ควรสรุปว่าเป็นความผิดหรือไม่เป็นความผิดจากชื่อข้อกล่าวหาเพียงอย่างเดียว

ปรึกษาทนายก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน

หากได้รับหมายเรียก การปรึกษาทนายก่อนวันนัดช่วยให้สามารถตรวจสอบเอกสาร เรียบเรียงข้อเท็จจริง และพิจารณาประเด็นทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน

โดยเฉพาะกรณีที่มีเอกสารจำนวนมาก มีการทำสัญญา มีการโอนเงินหลายครั้ง หรือข้อเท็จจริงเกี่ยวข้องกับบริษัท หุ้นส่วน นายจ้าง ลูกจ้าง หรือคู่ค้า

ได้รับหมายเรียกตำรวจคดียักยอก ถูกแจ้งความ หรือถูกฟ้องคดียักยอก
โทรปรึกษา 083-884-3287

คำถามที่พบบ่อย

ได้รับหมายเรียกคดียักยอก ต้องไปพบตำรวจหรือไม่?

ควรตรวจสอบรายละเอียดของหมายเรียกและติดต่อพนักงานสอบสวนตามข้อมูลที่ระบุ หากมีเหตุจำเป็นเกี่ยวกับวันนัดควรสอบถามพนักงานสอบสวนโดยตรงและเตรียมข้อเท็จจริงก่อนดำเนินการ

คดียักยอกสามารถเป็นเพียงคดีแพ่งได้หรือไม่?

บางกรณีข้อเท็จจริงอาจเป็นข้อพิพาทจากสัญญาหรือหนี้ ซึ่งต้องพิจารณาว่ามีองค์ประกอบความผิดฐานยักยอกครบถ้วนหรือไม่ ไม่สามารถพิจารณาจากการไม่ชำระเงินหรือไม่คืนทรัพย์เพียงอย่างเดียว

มีหมายเรียกตำรวจแล้วควรเตรียมเอกสารอะไร?

ควรเตรียมสัญญา หลักฐานการเงิน ข้อความสนทนา เอกสารการส่งมอบทรัพย์ และหลักฐานอื่นที่แสดงความสัมพันธ์และข้อตกลงระหว่างคู่กรณี

ถูกฟ้องคดียักยอกควรเริ่มจากอะไร?

เริ่มจากตรวจสอบคำฟ้องและข้อกล่าวหา แล้วรวบรวมเอกสารและพยานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินแนวทางต่อสู้คดี

ติดต่อทนายคดียักยอกได้อย่างไร?

สามารถโทรสอบถามเบื้องต้นได้ที่ 083-884-3287 โดยควรเตรียมข้อมูลว่าได้รับหมายจากที่ใด นัดวันไหน และข้อพิพาทเกิดจากเรื่องใด


ปรึกษาทนายคดียักยอก
ได้รับหมายเรียกตำรวจ | ถูกแจ้งความ | ถูกฟ้องศาล
โทร 083-884-3287