ทนายคดีแรงาน 0838843287
![]()
ทนายคดีแรงงาน
มีปัญหาคดีแรงงาน ถูกเลิกจ้าง ไม่ได้รับค่าชดเชย หรือมีข้อพิพาทกับนายจ้าง?
ปรึกษาทนายคดีแรงงาน ตรวจเอกสาร ประเมินสิทธิ และดำเนินคดีต่อศาลแรงงาน ทั้งฝ่ายลูกจ้างและนายจ้าง
รับปรึกษาและดำเนินคดีแรงงาน
รับปรึกษาและดำเนินคดีแรงงาน
คดีแรงงานเป็นข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงาน เช่น ค่าจ้าง ค่าชดเชย การเลิกจ้าง สวัสดิการ การลงโทษทางวินัย รวมถึงสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาจ้างและกฎหมายแรงงาน
เมื่อเกิดข้อพิพาท ควรตรวจสอบทั้งสัญญาจ้าง หนังสือเตือน หนังสือเลิกจ้าง หลักฐานการจ่ายค่าจ้าง และข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพื่อประเมินว่ามีสิทธิเรียกร้องหรือแนวทางต่อสู้คดีอย่างไร
ถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ทำอย่างไร
หากลูกจ้างถูกเลิกจ้างโดยเห็นว่าไม่มีเหตุอันสมควร ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดโดยไม่มีหลักฐานเพียงพอ หรือถูกเลิกจ้างจากเหตุที่ไม่สัมพันธ์กับการทำงาน อาจมีประเด็นเรื่องเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
การพิจารณาว่าเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมหรือไม่ ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี เช่น
- เหตุที่นายจ้างใช้ในการเลิกจ้าง
- พฤติการณ์ของลูกจ้าง
- อายุงาน
- ประวัติการทำงาน
- หนังสือเตือน
- ผลการประเมินงาน
- ความเหมาะสมของโทษที่นายจ้างใช้
แม้นายจ้างจะจ่ายค่าชดเชยแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะหมดประเด็นเรื่องการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเสมอไป
นายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย
เมื่อลูกจ้างถูกเลิกจ้าง อาจมีสิทธิได้รับเงินหลายประเภท ขึ้นอยู่กับอายุงานและเหตุแห่งการเลิกจ้าง เช่น
- ค่าชดเชย
- สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า
- ค่าจ้างค้างจ่าย
- ค่าล่วงเวลา
- ค่าทำงานในวันหยุด
- ค่าคอมมิชชั่น
- สิทธิประโยชน์ตามสัญญาจ้าง
หากนายจ้างอ้างว่าลูกจ้างกระทำผิดร้ายแรงและไม่จ่ายค่าชดเชย ควรตรวจสอบว่าเหตุที่กล่าวอ้างเข้าเงื่อนไขตามกฎหมายจริงหรือไม่
นายจ้างกล่าวหาว่าลูกจ้างทำผิดร้ายแรง
กรณีลูกจ้างถูกกล่าวหาว่าทุจริต ฝ่าฝืนคำสั่ง ขาดงาน ละทิ้งหน้าที่ หรือกระทำผิดวินัยร้ายแรง ไม่ควรพิจารณาเฉพาะข้อความในหนังสือเลิกจ้าง
ควรตรวจสอบว่า
- เหตุการณ์เกิดขึ้นจริงหรือไม่
- นายจ้างมีพยานหลักฐานเพียงพอหรือไม่
- มีหนังสือเตือนมาก่อนหรือไม่
- ข้อบังคับการทำงานกำหนดไว้อย่างไร
- การลงโทษถึงขั้นเลิกจ้างเหมาะสมกับพฤติการณ์หรือไม่
ไม่ได้รับเงินเดือน OT หรือค่าคอมมิชชั่น
ข้อพิพาทแรงงานไม่ได้มีเฉพาะเรื่องการเลิกจ้างเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการไม่ได้รับค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานวันหยุด โบนัส หรือค่าคอมมิชชั่น
การพิจารณาสิทธิต้องตรวจสอบทั้งสัญญาจ้าง ข้อบังคับบริษัท หลักฐานการจ่ายเงิน และแนวทางที่นายจ้างเคยปฏิบัติกับลูกจ้าง
นายจ้างต้องการเลิกจ้างพนักงาน
สำนักงานรับปรึกษาฝ่ายนายจ้างเช่นกัน เช่น
- การทำหนังสือเตือน
- การสอบสวนทางวินัย
- การเลิกจ้างพนักงาน
- การคำนวณค่าชดเชย
- การจัดทำหนังสือเลิกจ้าง
- การเตรียมเอกสารเมื่อมีข้อพิพาท
- การต่อสู้คดีในศาลแรงงาน
การดำเนินการให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดข้อพิพาทภายหลัง
องค์คณะ : ผู้พิพากษาศาลแรงงาน ผู้พิพากษาสมทบฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้าง
การพิจารณาคดี : ระบบไต่สวน
ศาลชั้นต้น : ศาลแรงงานกลาง ศาลแรงงานภาค 1-9
ค่าขึ้นศาล : คดีแรงงานไม่เสียค่าฤชาธรรมเนียมใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าโจทก์จะเป็นนายจ้างหรือลูกจ้าง (พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 27) รวมทั้งไม่เสียค่าทนายความใช้แทน ด้วย
รูปแบบการดำเนินคดี (ต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง จะทำพร้อมกันไม่ได้) :
1. ยื่นฟ้องต่อศาลแรงงานโดยตรง หรือ
2. ยื่นข้อร้องเรียนต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในเขตพื้นที่
การยื่นคำให้การ : ทำเป็นหนังสือก่อนวันนัด (พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 37)
อุทธรณ์ : ต้องอุทธรณ์ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ศาลอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง โดยยื่นได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย และคดีถึงที่สุดในชั้นศาลอุทธรณ์ ตามพ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงาน และวิธีพิจารณาคดีแรงงาน หมวด 4 อุทธรณ์ มาตรา 54
ฎีกา : จะต้องได้ขออนุญาตฎีกา โดยให้ยื่นคำร้องพร้อมคำฟ้องฎีกาต่อศาลแรงงานชั้นต้น ภายใน 1 เดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์
นายจ้างเพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน ม.123 : ต้องนำคดีไปสู่ศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง และต้องวางเงินต่อศาล ตามคำสั่งให้ครบถ้วนก่อน (สามารถขอขยายได้ตามดุลพินิจของศาล) …
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3664/2551
การวางเงินต่อศาลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 125 วรรคสาม เป็นบทบัญญัติที่บังคับให้เป็นหน้าที่ของนายจ้างที่เป็นฝ่ายนำคดีไปสู่ศาลต้องปฏิบัติ เพื่อให้เป็นการฟ้องเพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานโดยชอบด้วยกฎหมาย ศาลไม่มีหน้าที่ต้องสั่งหรือเตือนให้นายจ้างที่เป็นฝ่ายนำคดีไปสู่ศาลวางเงินดังกล่าว
โจทก์ผู้เป็นนายจ้างฟ้องเพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานที่ออก ตามมาตรา 124 โดยไม่วางเงินที่ถึงกำหนดจ่ายตามคำสั่งนั้น เป็นการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 125 วรรคสาม โจทก์จึงฟ้องคดีต่อศาลไม่ได้
อายุความคดีแรงงาน ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน โดยเริ่มนับตั้งแต่วันที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องนั้นได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/12
อายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 ได้แก่
ค่าชดเชย (มาตรา 118)
ค่าชดเชยพิเศษทุกจำนวน (มาตรา 120, 121, 122)
เลิกจ้างไม่เป็นธรรม
สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า
เงินบำเหน็จเกษียณอายุ
เงินประกันการทำงาน
ค่าปรับตามสัญญาจ้าง
อายุความ 5 ปี ตามอาญา มาตรา 95(4) โดยอ้างอิงโทษตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน มาตรา 144 ที่จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท ได้แก่
ค่าล่วงเวลา (มาตรา 61)
ค่าทำงานในวันหยุด (มาตรา 62, 64)
ค่าล่วงเวลาในวันหยุด (มาตรา 63, 64)
ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี (มาตรา 67)
ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด (มาตรา 70)
ค่าจ้างกรณีนายจ้างให้ลูกจ้างเดินทางไปทำงานท้องที่อิ่น (มาตรา 71, 72)
ค่าจ้างตามอัตราขั้นต่ำ (มาตรา 90)
ทายาทลูกจ้างเรียกค่าจ้าง
อายุความ 2 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (8), (9) ได้แก่
ค่าจ้างตามสัญญาจ้าง (มาตรา 5)
ค่าจ้างสำหรับวันหยุดประจำปี (มาตรา 56, 67, 71, 72)
เงินที่จ่ายแทนค้าจ้าง ระหว่างหยุดกิจการ (มาตรา 75) ระหว่างหยุดใช้เครื่องจักร (มาตรา 105) หรือระหว่างพักงาน (มาตรา 116, 117)
ค่าล่วงเวลา (มาตรา 5, 61, 65, 72, 74)
ค่าทำงานในวันหยุด (มาตรา 5, 62, 64, 66, 74)
ค่าล่วงเวลาในวันหยุด (มาตรา 5, 63, 64, 65, 72, 74)
ค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าที่พัก
เงินโบนัส
หากถูกเลิกจ้าง มีปัญหาเรื่องค่าชดเชย ค่าจ้างหรือได้รับหมายศาลคดีแรงงานสามารถส่งรายละเอียดและเอกสารเบื้องต้นเพื่อให้ทนายตรวจสอบประเด็นกฎหมายได้









